สงสัยกันไหม ทำไมถึงชื่อทวีปอเมริกา มีถึง 2 ทวีป อเมริกาเหนือ และ อเมริกาใต้

25 พฤษภาคม 2564 เวลา 18:42 / ผู้เข้าชม : 1,903
สงสัยกันไหม ทำไมถึงชื่อทวีปอเมริกา มีถึง 2 ทวีป อเมริกาเหนือ และ อเมริกาใต้

ทวีปอเมริกา (อังกฤษ: Americas) เป็นคำเรียกรวม ๆ หมายถึงทั้งทวีปอเมริกาเหนือและทวีปอเมริกาใต้รวมกัน ซึ่งแก้ปัญหาความสับสนในภาษาอังกฤษของคำว่า "America" (ไม่มี s) ซึ่งอาจหมายถึงอเมริกาเหนือหรือใต้ก็ได้ ในบางครั้งผู้เรียกยังอาจหมายถึงชื่อประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย

ทวีปอเมริกา เป็นดินแดนที่อยู่ทางตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก และทางตะวันตกของมหาสมุทรแอตแลนติก โดยอาจแบ่งย่อยได้เป็น 3 ส่วน คือ อเมริกาเหนือ อเมริกากลาง และอเมริกาใต้. คำว่า "อเมริกา" ในที่นี้ยังรวมถึงหมู่เกาะแคริบเบียน และเกาะกรีนแลนด์ (แต่ไม่รวมประเทศไอซ์แลนด์) บริเวณคอคอดของอเมริกากลางมักถูกนำไปรวมกับอเมริกาเหนือ


 

คำว่า "อเมริกา" มีที่มาที่เก่าแก่ที่สุดที่สามารถหาหลักฐานได้คือ พ.ศ. 2050 โดยนักเขียนแผนที่ชาวเยอรมันชื่อ มาร์ติน วัลด์ซีมูลเลอร์ ได้ใส่คำว่า America ลงในแผนที่โลกของเขา และอธิบายว่าชื่อนี้นำมาจากชื่อภาษาละตินของนักสำรวจ อเมริโก เวสปุชชี (Amerigo Vespucci) ซึ่งเขียนเป็นภาษาละตินได้ว่า Americus Vespucius และแปลงเป็นเพศหญิงได้เป็นคำว่า America (ในภาษาที่มีเพศอย่างภาษาละติน ทวีปจัดว่าเป็นเพศหญิง) ส่วน คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ซึ่งเป็นผู้พบทวีปอเมริกาเป็นคนแรก เสียชีวิตก่อนใน พ.ศ. 2049 โดยที่ยังเข้าใจว่าเขาค้นพบทวีปเอเซียบริเวณประเทศอินเดีย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วผู้ที่พบอเมริกาเป็นคนแรกคือชาวไวกิ้ง​ ชื่อ​ Leif Ericsons
 

อเมริโก เวสปุชชี 

(อังกฤษ: Amerigo Vespucci; 9 มีนาคม พ.ศ. 1997 — 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2055) เป็นนักสำรวจ นักเดินเรือ และนักทำแผนที่ชาวอิตาลีที่เป็นคนชี้กระจ่างว่าส่วนที่ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส เคยมาสำรวจมานั้นไม่ใช่เป็นแผ่นดินส่วนหนึ่งของเอเชีย หากแต่เป็นแผ่นดินใหม่ หลังจากนั้นก็ได้ตั้งชื่อทวีปเป็นอเมริกาเพื่อเป็นการให้เกียรติกับ อเมริโก เวสปุชชี ในการชี้แนะอย่างถูกต้อง (อเมริโกนั้นเป็นภาษาละติน แต่เพราะในภาษาอังกฤษนั้นเรียกว่าอเมริกา) 

 

ชีวิตในวัยเด็ก

อเมริโก เวสปุชชีเกิดในเมืองฟลอเรนซ์,ประเทศอิตาลี เป็นลูกชายคนที่ 3 ของ Ser Nastagio (หรืออีกชื่อคือ Anastasio) ซึ่งเป็นพนักงานจดทะเบียนชาวเมืองฟลอเรนซ์ และแม่ของอเมริโกคือ Lisabetta Mini อเมริโกได้ศึกษาโดยลุงของเขาเอง (Fra Giorgio Antonio Vespucci) ซึ่งเป็นนักบวชโดมินิกันของซันมาร์โกในเมืองฟลอเรนซ์ ในขณะที่พี่ชายของอเมริโกต้องการให้ไปเรียนที่ มหาวิทยาลัยปีซา เพื่อที่สามารถจะไล่ตามอาชีพวิชาการได้ อเมริโกได้เริ่มเข้ามามีชีวิตเกี่ยวกับด้านการค้าขาย

 

การเตรียมพร้อม

อเมริโกได้รับบัตรเชิญชวนจากพระเจ้ามานูแวลที่ 1 แห่งโปรตุเกส อเมริโกมีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์หลายการเดินทาง ซึ่งนั้นรวมทั้งการสำรวจชายฝั่งตะวันออกของทวีปอเมริกาใต้ระหว่างปี ค.ศ. 1499 - ค.ศ. 1502 ในครั้งแรกของการเดินทางเขาเป็นผู้ขับเรือ และเป็นผู้เปิดเผยว่าอเมริกาใต้มีพื้นที่ขยายมากกว่าที่ทราบกันมาก่อนหน้านี้

 

ค้นพบทวีปใหม่

อเมริโก เวสปุชชิ นักเดินเรือชาวอิตาลี ได้ออกเดินเรือไปสำรวจฝั่งของดินแดนที่โคลัมบัสเคยได้สำรวจมาก่อนหน้าหนึ่งแล้ว และสำรวจเลยลงไปทางตอนใต้ โดยในปี ค.ศ. 1497 เขาสำรวจฝั่งของเวเนซูเอลาให้แก่สเปน และในปี ค.ศ. 1502 ได้สำรวจอ่าวริโอเดจาเนโรให้โปรตุเกส การออกสำรวจของอเมริโกเวสปุชชิทำให้เขาเกิดความเชื่อแน่ว่าดินแดนที่โคลัมบัสพบ และที่เขาสำรวจอยู่นี้มิได้เป็นดินแดนของภาคตะวันออกแต่อย่างใด หากเป็นดินแดนของโลกใหม่ทีเดียว มันเหมาะที่จะเรียกดินแดน ส่วนนี้ว่าโลกใหม่ อเมริโกเขียนจดหมายบอกเล่าไปยังเพื่อนคนหนึ่ง จดหมายจำนวนนับหลายสิบฉบับที่เขาเขียนไปยังเหล่าเพื่อนของเขานั้นเล่าถึงเรื่องการออกสำรวจของเขานั้นได้ถูกตีพิมพ์และอ่านกันแพร่หลายในยุโรป ทำให้คนทั้งหลายเชื่อว่าอเมริโกได้ค้นพบผืนแผ่นดินใหม่ และได้เริ่มเรียกว่า ดินแดนของอเมริโก"'

คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส 
 

(อังกฤษ: Christopher Columbus), กริสโตบัล โกลอน (สเปน: Cristóbal Colón), คริสโตโฟรุส โกลุมบุส (ละติน: Christophorus Columbus) หรือ กริสตอโฟโร โกลอมโบ (อิตาลี: Cristoforo Colombo; เกิด ค.ศ. 1451 เสียชีวิตวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 1506) เป็นนักทำแผนที่ นักสำรวจ นักเดินเรือ และพ่อค้า เชื่อกันว่าน่าจะเป็นชาวสาธารณรัฐเจนัว ภายใต้การสนับสนุนของราชสำนักสเปน เขาได้เดินเรือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกและทำให้ชาวยุโรปรู้จักทวีปอเมริกาในซีกโลกตะวันตกเป็นผลสำเร็จ การเดินทางทั้งสี่ครั้งและความพยายามที่จะตั้งถิ่นฐานบนเกาะฮิสปันโยลาของโคลัมบัสยังเป็นจุดเริ่มต้นของการล่าอาณานิคมของสเปนและชาติมหาอำนาจอื่น ๆ ในทวีปยุโรปบน "โลกใหม่" อีกด้วย

 

ในช่วงที่ลัทธิจักรวรรดินิยมและการแข่งขันทางเศรษฐกิจระหว่างอาณาจักรต่าง ๆ ในยุโรป (ผ่านทางการควบคุมเส้นทางการค้าและการล่าอาณานิคม) กำลังเริ่มขึ้นนั้น โคลัมบัสได้วางแผนการเดินทางไปยังอินเดียตะวันออกโดยเดินเรือมุ่งไปทางตะวันตก ด้วยเขามีความเชื่อว่าโลกมีรูปร่างเป็นทรงกลม ความเชื่อนี้ขัดแย้งกับแนวความเชื่อในยุคนั้นว่าโลกนั้นมีรูปทรงแบน แต่ปัญหาสำคัญที่มีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง คือ ความเป็นไปได้ของการเดินทางรอบโลก เนื่องมาจากอุปสรรคเรื่องของอาหารและข้อจำกัดทางเทคโนโลยีการเดินเรือในสมัยนั้น เช่น การเดินเรือไปติดในบริเวณที่ไม่มีลมพัด เป็นต้น

 

โคลัมบัสนำโครงการเดินเรือดังกล่าวไปเสนอต่อราชสำนักโปรตุเกสเพื่อขอทุนทรัพย์ในการแต่งกองเรือออกไปค้นหาความมั่งคั่งยังดินแดนไกลโพ้น แต่ถูกปฏิเสธ เขาจึงไปขอรับการอุปถัมภ์จากพระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 5 และสมเด็จพระราชินีนาถอิซาเบลลาที่ 1 แห่งอาณาจักรคาสตีล และได้รับการอนุมัติให้ออกเดินทางเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1492 แต่แทนที่โคลัมบัสจะไปถึงหมู่เกาะญี่ปุ่นอย่างที่ได้ตั้งใจไว้ เขากลับไปพบหมู่เกาะบาฮามาสและขึ้นฝั่งบนเกาะแห่งหนึ่งที่เขาตั้งชื่อว่า "ซานซัลบาดอร์" เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ปีเดียวกัน ในการเดินทางอีกสามครั้งถัดมา เขาได้ค้นพบหมู่เกาะเกรตเตอร์แอนทิลลีส เลสเซอร์แอนทิลลีส รวมทั้งชายฝั่งทะเลแคริบเบียนของเวเนซุเอลาและอเมริกากลาง และประกาศให้ดินแดนเหล่านั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของจักรวรรดิสเปน

 

แม้ว่าโคลัมบัสนั้นไม่ได้เป็นบุคคลแรกที่เดินทางมาถึงทวีปอเมริกา (เนื่องจากเลฟ เอริกสัน และกองเรือชาวนอร์สได้มาถึงทวีปนี้ก่อนแล้ว) แต่การเดินทางของโคลัมบัสก็ทำให้เกิดการติดต่ออย่างถาวรและต่อเนื่องระหว่างโลกใหม่ (ฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแอตแลนติก) กับโลกเก่า (ฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรแอตแลนติก) นำไปสู่ช่วงเวลาของการสำรวจและการล่าอาณานิคมในดินแดนภายนอกทวีปยุโรปที่ดำเนินผ่านเวลาหลายศตวรรษและส่งผลอย่างใหญ่หลวงต่อพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของโลกตะวันตกสมัยใหม่


 

โคลัมบัส เรียกชนพื้นเมืองบนดินแดนที่เขาไปเยือนว่า "อินดิโอส" (เป็นคำภาษาสเปนแปลว่าชาวอินเดีย) โดยไม่ทราบว่าเขาได้ค้นพบทวีปที่ชาวยุโรปไม่เคยรู้จักมาก่อนแล้วโดยบังเอิญ ไม่กี่ปีต่อมา ความขัดแย้งระหว่างโคลัมบัสกับราชบัลลังก์สเปนและผู้ปกครองอาณานิคมคนอื่น ๆ ทำให้เขาถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้บริหารอาณานิคมบนเกาะฮิสปันโยลาในปี ค.ศ. 1500 และถูกส่งตัวกลับมายังสเปน ทายาทของเขาใช้เวลาฟ้องร้องราชบัลลังก์สเปนอยู่เป็นเวลาหลายสิบปีหลังจากเขาเสียชีวิต กว่าจะได้รับส่วนแบ่งจากผลประโยชน์ในดินแดนต่าง ๆ ที่เขาเคยไปสำรวจ

เลฟ เอริกสัน

(อังกฤษ: Leif Ericsson; พ.ศ. 1523 - พ.ศ. 1563) เป็นนักสำรวจชาวไอซ์แลนด์ เป็นผู้ค้นพบทวีปยุโรป และ ทวีปอเมริกาเหนือ โดยเขาได้ทำการสำรวจเกาะกรีนแลนด์สืบต่อจากพ่อของเขา และเขายังได้เคย เข้าร่วมขบวนเดินทางสำรวจที่พ่อของเขาส่งไปยังทวีปอเมริกาเหนือ เมื่อประมาณปี ค.ศ. 1000 เขาได้ไปถึงส่วนที่เป็นชายฝั่งอเมริกาเหนือ ระหว่างแลบราดอร์ และแหลมคอด แมสซาจูเซตส์ เขาเรียกดินแดนนี้ว่าวินแลนด์ หรือแดนเหล้าองุ่น เนื่องจากพ่อของเขาพบผลองุ่นป่างอกงามที่นั่น

Related content

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Copyrighted 2021. designlandclub. All Rights Reserved.
@ ART AD. DESIGN. 2021