อารยธรรมจีน...สมัยราชวงศ์

31 กรกฎาคม 2565 เวลา 09:51 / ผู้เข้าชม : 376
อารยธรรมจีน...สมัยราชวงศ์

ราชวงศ์เซี่ย 2100-1600 ปีก่อนคริสต์ศักราช

เป็นราชวงศ์แรกของจีน ปกครองประเทศจีนในช่วง 2100-1600 ปีก่อนคริสตกาล  มีอายุอยู่ได้ราว 500 ปี ในอดีตนักวิชาการและบุคคลโดยทั่วไปเชื่อว่าเรื่องราวของ ราชวงศ์เซี่ยเป็นเพียงเรื่องแต่งหรือปรัมปราที่เล่าสืบต่อกันมา แต่ปัจจุบันมีการ ขุดค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีที่เชื่อถือได้ มีอาณาเขตปกครอง แถบลุ่มแม่น้ำเหลือง ของมลฑลซานซีในปัจจุบัน  มีการขุดพบแหล่งวัฒธรรมเอ้อหลี่โถว คาดว่าน่าจะเป็นวัฒนธรรมสมัยราชวงศ์เซี่ย 

ราชวงศ์เซี่ย 2100-1600 ปีก่อนคริสต์ศักราช

การก่อตั้งราชวงศ์เซี่ยซึ่งมีรากฐานของอำนาจจากการยึดครองทรัพย์สิน เป็นของส่วนตัว เป็นสัญญาณว่าสังคมยุคดึกดำบรรพ์ที่ทรัพย์สินเป็นของ สาธารณะอันยาวนาน เมื่อถึงปลายราชวงศ์ ศูนย์อำนาจภายในเกิดความวุ่นวายทั้งภายใน และภายนอกไม่หยุดยั้งข้อขัดแย้งทางชนชั้นทวีความรุนแรงมากขึ้นไม่คิดจะปฏิรูปแก้ไขสิ่งใด  ยังคงเห่อเหิมฟุ้งเฟ้อในอำนาจ โดยสั่งให้ก่อสร้างตำหนักพระราชวัง ใช้จ่ายเงินทองฟุ่มเฟือยมากมายมัวเมาอยู่กับสุรานารีโดยไม่สนใจใยดีต่อความทุกข์ยาก ของเหล่าประชาราษฎร์ ประชาชนต่างพากันก่นด่าประณามจึงถูกปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ซาง  ได้ทำการยึดอำนาจ จึงถือว่าสิ้นสุดราชวศ์เซี่ย

ราชวงศ์ชาง 1700-100 ปีก่อนคริสต์ศักราช

ราชวงศ์ชางปกครองประเทศจีนในช่วง 1,700 – 100 ก่อนคริสต์ศักราช  ศูนย์กลางบริเวณเมืองอันยาง มลฑลโฮหนาน(เหอหนาน) ราชวงศ์นี้เป็นยุคแห่ง ไสยศาสตร์โดยแท้นิยมการเสี่ยงทายด้วยกระดองเต่ากันมากจากหลักฐานที่ขุดได้  พบเป็นแผ่นจารึกตัวอักษรโบราณและเศษกระดองเต่ามีรอยแตกอยู่ทั่วไป หรือเรียกกันว่า “กระดูกเสี่ยงทาย” และ กระดูกทำนายพวกนี้เป็นจุดเริ่มต้นของอักษรจีนนั่นเอง ถือเป็นราชวงศ์แรกที่มีการบันทึก ทางประวัติศาสตร์ด้วยตัวอักษร

ราชวงศ์ชาง 1700-100 ปีก่อนคริสต์ศักราช

ยังมีการทำเครื่องใช้ต่างๆด้วยสำริดเริ่มมีการเชื่อเรื่องการบูชาบรรพบุรุษ นอกจากนั้นยังมีความเชื่อเรื่องเทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์ มีการทำปฏิทินฤดูกาลต่างๆ ซึ่งมีความสำคัญต่อการเพาะปลูกเก็บเกี่ยว  กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์นั้นเป็นผู้โหดเหี้ยม ขูดรีดเงิน ทอง จากราษฎรอย่างหนัก และลงโทษแก่ผู้ต่อต้านนโยบายหรือสร้างความขัดเคืองใจด้วยการประหารชีวิต เหล่าขุนนาง และกษัตริย์ไม่สนใจประชาชนจึงสร้าง แรงกดดันเผ่าโจว(Zhou) ได้รวบรวมกำลัง กับเผ่าอื่นที่ประสบความเดือนร้อนได้โจมตี ราชวงศ์จึ่งล่มสลายไปในที่สุด  

ราชวงศ์โจว 1046-256 ปีก่อนคริสต์ศักราช

ราชวงศ์ที่ 3 ในประวัติศาสตร์จีน เริ่มประมาณ 1046 ปีก่อนคริสต์ศักราช-256 ปี ก่อนคริสต์ศักราช นับเป็นราชวงศ์ที่ยาวนานที่สุด ด้วยเวลาที่ยาวนานกว่า 867 ปี แบ่งเป็นสองยุค 2 ช่วงราชวงศ์ คือราชวงศ์โจวตะวันตก และราชวงศ์โจวตะวันออก  ในสมัยนี้มึความเชื่อว่ากษัตริย์เป็นโอรสแห่งสวรรค์ และเริ่มต้นยุคศักดินา ในประเทศจีน มีการมอบกรรมสิทธิ์ที่ดินแก่ผู้ที่สนับสนุนราชวงศ์  และกำหนดสิทธิหน้าที่ตามยศฐาบรรนาศํกดิ์  มีการก่อตั้งตัวแทนกษัตริย์ตามหัวเมืองต่างๆ  สมัยนี้เป็นสมัยเกิดนักปรัชญาเมธีคนสำคัญของจีน  คือ ขงจื๊อ และ เหล่าจื๊อ

ราชวงศ์ฉิน 221 - 206 ปีก่อนคริสต์ศักราช

ปกครองแผ่นดินในช่วง 221 – 206 ก่อนคริสต์ศักราชปัจจุบัน คือมณฑลกานซู่และมณฑลฉ่านซีของจีน ก่อตั้งโดยจักรพรรดิฉินฉื่อ (จิ๋นซีฮ่องเต้) จิ๋นซีฮ่องเต้ทรงสามารถรวบรวมแผ่นดินของจีนให้เป็นหนึ่งเดียวได้เป็นครั้งแรก  ได้ก่อสร้างกำแพงเมืองจีน เพื่อต่อต้านผู้รุกรานทางเหนือเริ่มมีการใช้ เหรียญกษาปณ์ มาตราชั่ง ตวง วัด โปรดให้สร้างถนน  ขุดคลองเพื่อเชื่อมโยงราชธานีกับมลฑลต่างๆ  มีการก่อสร้างพระราชวังขนาดใหญ่และสถานที่ มีทรัพย์สิน และรูปปั้นขนาดเท่าตัวจริงของนักรบ และ ม้า (สุสานฉินสื่อหวง)

ราชวงศ์ฮั่น 206 ปีก่อน ค.ศ.- ค.ศ. 220

เป็นราชวงศ์จีนที่ปกครองต่อจากราชวงศ์ฉิน ราชวงศ์ฮั่นแบ่งเป็น 2 ช่วง ราชวงศ์ฮั่นตอนต้นมีเมืองหลวงตั้งอยู่ที่นครฉางอันจึงได้รับการขนานนามว่าฮั่น ตะวันตกเมื่อถึงสมัยราชวงศ์ฮั่นตอนปลายได้ย้ายเมืองหลวงมายังนครลั่วหยัง เรียกว่าฮั่นตะวันออกนับ เป็นสมัยที่จีนรุ่งเรือง เป็นอย่างมาก เริ่มมีการสอบ “จอมหงวน” คำสอนของลัทธิขงจื๊อได้ถูกนำมาเป็นหลัก ในการปกครองประเทศ  

ราชวงศ์ฮั่น 206 ปีก่อน ค.ศ.- ค.ศ. 220

พระพุทธศาสนาจากอินเดียเริ่มเผยแย่เข้าสู่จีน มีผลต่อความเจริญรุ่งเรือง ของอารยธรรมจีนมาก มีการสำรวจเส้นทางสายไหมเพื่อใช้ติดต่อกับ อินเดียและยุโรป ซือหม่าเซียนได้ปรับปรุงปฏิทินจันทรคติและเขียนหนังสือ สือสื่อจี้ มีการประดิษฐ์กระดาษและเครื่องมือวัดแผ่นดินไหว เมื่อสิ้นสุดสมัยราชวงศ์ฮั่น จีนเกิดการแตกแยกภายในหรือเรียกว่า “สามก๊ก”

ราชวงศ์สุย ค.ศ. 581-618

เป็นราชวงศ์ที่ทรงอำนาจทางการทหารแต่มีระยะเวลาการปกครอง ที่ค่อนข้างสั้น สถาปนาขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1124 มีนครฉางอันเป็นเหมืองหลวงระหว่าง  พ.ศ. 1124 - พ.ศ. 1148 และต่อมาย้ายไปนครลั่วหยางระหว่าง พ.ศ. 1148 - พ.ศ. 1161 แต่ราชวงศ์สุยมีอันต้องล่มสลายลงในปี พ.ศ. 1161  ในรัชกาลจักรพรรดิสุยหยาง(หยางกว่าง)  พระราชโอรสองค์รองของสุยเหวิน

ราชวงศ์สุย ค.ศ. 581-618

 ในสมัยนี้มีการริเริ่มการสอบจอหงวนเป็นครั้งแรก ทั่วราชอาณาจักร  เพื่อคัดเลือกผู้ที่มีความสามารถเข้ามารับราชการในตำแหน่งขุนนาง ทำให้แต่เดิม  ที่ขุนนางจะมีเพียงแต่ชนชั้นสูงที่สืบทอดสกุลต่อกันมา ทำให้อาจจะมีแต่ตำแหน่ง แต่ไร้ความสามารถ จึงได้ผู้ที่มีฝีมือและความรู้อย่างแท้จริง ซ้ำยังทำให้ประชาชน ได้มีโอกาสมารับราชการในราชวัง นับว่าเป็นการลดการเหลื่อมล้ำทางสังคมอีกด้วย

ราชวงศ์ถัง 206 ปีก่อน ค.ศ. - ค.ศ. 220

 ราชวงศ์นี้สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้จีนอย่างมาก ทั้งด้านศิลปกรรม วัฒนธรรม และอีกหลาย ๆ ด้านปกครองประเทศนานถึง 289 ปีตั้งแต่ ค.ศ. 618-907 ระบบการเมือง มีการพัฒนาไปไม่น้อยและมีส่งอิทธิพลต่อยุคหลังมาก เช่น ระบบ 3 กระทรวง  6 ฝ่าย,ระบบสอบจอหงวนและระบบภาษี เป็นต้น ในด้านการต่างประเทศได้ใช้ มาตรการที่ค่อนข้างเปิดประเทศ การแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ระหว่างประเทศมีบ่อยครั้ง ในด้านวรรณคดี  บทกวีของราชวงศ์ถังมีผลงานอันยิ่งใหญ่ ศิลปะในถ้ำหินต่าง ๆ  ได้แพร่หลายจนถึงยุคปัจจุบัน 

ราชวงศ์ถัง 206 ปีก่อน ค.ศ. - ค.ศ. 220

ในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิธีการพิมพ์และดินปืน ซึ่งเป็นสองอย่าง ในสิ่งประดิษฐ์อันยิ่งใหญ่สี่อย่างของจีนก็เกิดขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง ราชวงศ์ถังช่วงหลังมีความวุ่นวายในด้านการเมือง เกิดการปะทะกันระหว่างพรรคหนิว และ พรรคหลี่กับการกุมอำนาจของขุนนางขันทีการลุกขึ้นต่อสู้ของชาวนา เกิดขึ้นไม่ขาดสาย หลังจากนั้น ก็เกิดการโค่นราชวงศ์ถังลง ประกาศตน เป็นจักรพรรดิโดยสถาปนาราชวงศ์เหลียงยุคหลังซึ่งเป็นราชวงศ์แรก ของสมัยอู่ไต้หรือสมัยห้าราชวงศ์ 

ราชวงศ์ซ่ง ค.ศ. 960 - ค.ศ. 1279

เป็นหนึ่งในราชวงศ์ซึ่งปกครองประเทศจีนอยู่ระหว่างปี คริสตศักราชที่ 618-907 รัฐบาลซ่งเป็นรัฐบาลแรกในโลกที่ใช้เงินตราแบบกระดาษ  พัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมขึ้นมาใหม่แต่กลับตัดทอนอำนาจทางการทหารของแม่ทัพ เนื่องจาก ความระแวงกลัวจะยึดอำนาจ ทำให้การทหารอ่อนแอ ศิลปกรรมและวัฒนธรรมรุ่งเรืองมาก มีการใช้เข็มทิศ รู้จักการใช้ลูกคิด ประดิษฐ์แท่นพิมพ์  รักษาโรคด้วยการฝังเข็ม

ราชวงศ์ซ่ง ค.ศ. 960 - ค.ศ. 1279

การศึกษาของประชาชนดีขึ้น และ ขุนนางที่โดดเด่นอย่าง “เปาบุ้นจิ้น”  ก็ได้มาเกิดในยุคในสมัยของจักรพรรดิซ่งเหรินจงซึ่งเป็นยุคที่ฮ่องเต้อ่อนแอ  อำนาจอยู่ในมือพวกกังฉิน ท่านตัดสินคดีอย่างยุติธรรมและเด็ดขาด  ไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมใด ๆ จนเป็นที่เลื่องลือมาถึงปัจจุบัน

ราชวงศ์หยวน ค.ศ. 1279 - ค.ศ. 1368

ก่อตั้งขึ้นเมื่อกุบไลข่านผู้นำเผ่าชาวมองโกล ได้โค่นอำนาจราชวงศ์ซ่งลง  เป็นช่วงที่ชาวตะวันตกเข้ามาติดต่อค้าขายจำนวนมาก เช่น มาร์โคโปโลพ่อค้าชาว เมืองเวนิส อิตาลี กุบไลข่านสนใจทางอักษรศาสตร์และวรรณกรรมมาก  จึงส่งเสริมบทประพันธ์ต่างๆ ปรากฏว่า บทงิ้วในสมัยกุบไลข่านดีมาก  จนไม่มีบทงิ้วสมัยใดเทียบได้พอสิ้นยุคของกุบไลข่าน ก็ไม่มีกษัตริย์มองโกล พระองค์ใดเด่นเหมือนพระองค์อีก ต่อมาจึงมี การพยายามโค่นล้มราชวงศ์หยวนอยู่ตลอดเวลา ต่อมา มีกบฏโพกผ้าแดงขึ้นแล้วในที่สุดราชวงศ์หยวน ก็ได้ถูกโค่นล้มลงได้

ราชวงศ์หมิง ค.ศ. 1368-1644

ราชวงศ์หมิงปกครองจักรวรรดิจีนระหว่าง ค.ศ. 1368 ถึง ค.ศ. 1644  ดำรงอยู่เป็นเวลารวม 276 ปี ต่อจากราชวงศ์หยวนของชาวมองโกลและพ่ายแพ้ให้ กับราชวงศ์ชิงของชาวแมนจูในภายหลัง ราชวงศ์หมิงเป็นราชวงศ์สุดท้ายที่ชาวฮั่น ที่ได้ปกครองประเทศจีน ในยุคนี้วรรณกรรมนิยมเขียนนวนิยาย ที่ใช้ภาษาพูดมากกว่าใช้ภาษาเขียน นวนิยายที่สำคัญได้แก่ สามก๊ก ไซอิ๋ว  เริ่มมีการสำรวจเส้นทานเดินเรือ โดยมี “จิ้งเหอ” หรือ ซำเปากง  เป็นนักเดินเรือชาวจีนที่ได้บุกเบิกการเดินเรือ ไปเกือบทั่วโลก และในยุคนี้ได้สร้างโบราณสถานสำคัญ อย่างพระราชวังปักกิ่ง(วังต้องห้าม)  , สุสานหลวงราชวงศ์หมิง  

ราชวงศ์ชิง ค.ศ. 1644-1912

ราชวงศ์แมนจู ปกครองแผ่นดินจีนต่อจากราชวงศ์หมิงและถือเป็นราชวงศ์สุดท้าย ของประเทศจีน ตั้งแต่ ค.ศ. 1636 ถึง ค.ศ. 1912 เป็นยุคที่จีนเสื่อมถอยในทุกๆด้าน  เริ่มถูกรุกรานจากชาติตะวันตก เช่น สงครามฝิ่น ซึ่งจีนรบแพ้อังกฤษ  ทำให้ต้องถูกบังคับลงนามในสนธิสัญญานานกิงซึ่งส่งผลเสียต่อจีน หลายประการ ในช่วงปลายราชวงศ์ซิง พระนางซูสีไทเฮามี อิธิพลในการบริหารประเทศมาก  มีการแย่งชิงอำนาจของผู้นำทหาร เรียกว่า “ยุคขุนศึก”

ราชวงศ์ชิง ค.ศ. 1644-1912

ต่อมา ดร.ซุนยัดเซ็น ก่อการปฏิวัติซินไฮ่ ในปี ค.ศ.1911 เพื่อสถาปนาระบอบ ประชาธิปไตยและสถาปนาสาธารณรัฐจีน  ล้มล้างระบอบศักดินา  สมเด็จพระจักรพรรดิผู่อี้ได้สละบัลลังก์ในปี ค.ศ. 1912  ทรงเป็นพระจักรพรรดิองค์สุดท้ายของราชวงศ์ชิงและของจีน  อันเป็นจุดสิ้นสุดระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชที่มีมายาวนานหลายพันปี  

Copyrighted 2021. designlandclub. All Rights Reserved.
@ ART AD. DESIGN. 2021