การออมและการลงทุน

25 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10:15 / ผู้เข้าชม : 56
การออมและการลงทุน

สวัสดีครับ วันนี้น้องดีไซน์จะพาพี่ๆมารู้จักกับการออมและการลงทุนกัน ว่าแต่มันจะเป็นยังไงไปติดตามชมได้เลยครับผม

การออมและการลงทุน

ความหมายและความสำคัญของการออม

  • ความหมาย รายได้ส่วนที่เหลือจ่าย เช่น ดีไซน์ได้เงินไปโรงเรียนวันละ 100 บาท เหลือกลับบ้าน 40 บาท เงิน40 บาทเป็นเงินออมของดีไซน์
  •  การออมเกิดขึ้น ? การออมเกิดขึ้นเมื่อรายได้ มากกว่ารายจ่าย การเพิ่มเงินออมโดยการหารายได้เพิ่มขึ้นเป็นทางเลือกของคนในปัจจุบัน
  • ความสำคัญของเงินออม ครอบครัวมั่นคงใช้จ่ายได้ในยามฉุกเฉิน , รายได้ครัวเรือนมากขึ้น เกิดความคล่องตัวทางการเงิน
  • ความสำคัญของการออม ยกระดับมาตรฐานการครองชีพ เช่น มีบ้าน มีรถ มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในบ้าน , ประเทศมีเงินทุน สามารถลดการพึ่งพาต่างประเทศ

ปัจจัยของการออม

  • รายได้ส่วนบุคคล – รายได้หลังหักภาษีเงินได้ ส่วนบุคคลออกแล้ว เรียกว่า รายได้ได้สุทธิ
  • ผลตอบแทนที่ได้รับอัตราดอกเบี้ยเงินปันผล จากการออมเป็นตัวจูงใจนักออม
  • ค่าเงิน – การตัดสินใจออมเงินมักดูมูลค่าของเงินที่เกิดขึ้นในอนาคต
  • นิสัยการใช้จ่าย - การออมเงินได้มากหรือน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับนิสัยการออม เช่น บางคนชอบนิสัยมัธยัสถ์ ไม่ฟุ่มเฟือย
  • การคาดคะเน – ถ้าคาดคะเนว่าในอนาคตรัฐบาลจะขึ้นภาษีต่างๆ เพิ่มขึ้น การออมในปัจจุบันจึงมีความจำเป็นอย่างมากเพื่อบดภาระภาษีที่จะขึ้น
  •  เทคโนโลยีบริการ - การนำระบบการโอน เงิน ฝาก ถอน หรือทำ ธุรกรรมทางการเงิน สะดวกขึ้นผ่าน เทคโนโลยีซึ่งอาจเป็น ตู้ ATM หรือ Smartphone ผ่าน internet banking
  • วัยเกษียณประเทศให้สวัสดิการหลังเกษียณอายุน้อย ประชาชนก็จะเก็บเงินออมเพื่อขึ้นเพื่อใช้จ่ายหลังวัยเกษียณ

 

 

เป้าหมายการออม

  • เป้าหมายระยะสั้น ออมเงินเผื่อใช้ในคราวจำเป็น เช่น เพื่อใช้เป็นค่ารักษาพยาบาล ทุนการศึกษาของบุตรหลาน ค่าเช่าบ้าน ผ่อนบ้าน หรือ เพื่อไปเที่ยวตากอากาศ
  • เป้าหมายระยะยาว เป็นการสะสมที่เล็กทีละน้อยเป็นเวลานาน เพื่อไว้ใช้จ่ายในอนาคต เช่น เมื่อตกงาน หรือออมเงินไว้ตอนเกษียณ

การบริการจัดการเงินออม

  • นำเงินออมแต่ละเดือนไปเพิ่มประโยชน์ เช่น การซื้อสลากออมสิน หรือ การออมในรูปแบบประกันชีวิต การซื้อหุ้นสหกรณ์ออมทรัพย์ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแก่เงินออมของตน
  • กำหนดเป้าหมายของการออมเงินอย่างชัดเจนว่าออมเพื่ออะไร เท่าใด ช่วงเวลาใด และทำเป้าหมายของการออม
  • จัดทำบัญชี รายรับ – รายจ่าย ในแต่ละเดือนโดยมีการวางแผนการใช้จ่ายอย่างรัดกุม เพื่อคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีเหตุผล เพื่อนำเงินออมเหล่านั้นไปใช้จ่ายตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้

 

หลักเกณฑ์ที่ควรพิจารณาในการออม

  • ความปลอดภัยของเงิน การจะนำเงินไปฝากธนาคารจำเป็นต้องตรวจสอบหรือหาผลประโยชน์อย่างการซื้อพันธบัตรต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเงิน เพราะทุกการลงทุนมักมีความเสี่ยง
  • สภาพคล่องทางการเงิน เงินที่นำไปฝากในแต่ละรูปแบบนั้นแตกต่างกัน บางรูปแบบถอนกลับมาได้ในทันที (ออมทรัพย์) บางรูปแบบต้องรอให้ครบกำหนดเวลาก่อน (ฝากประจำ) จึงต้องวางแผนการใช้เงินให้เกิดสภาพคล่อง (ไม่ให้ได้รับผลกระทบ)
  • ความสะดวก และผลตอบแทน เงื่อนไขต่างๆของการทำธุรกรรมแบบง่ายๆ สะดวกต่อการใช้จ่ายในทุกเวลา ทุกสถานที่ ประดอบกับผลตอบแทนที่ได้รับในรูปแบบของดอกเบี้ยยิ่งต้องได้รีบความเหมาะสม
  • ภาษีที่ต้องเสีย ผลตอบแทนของเงินฝากประจำจะต้องเสียภาษี
  • บริการอื่นๆที่ได้รับ เช่น การเป็นเจ้าของธุรกิจ ธนาคารอาจให้เครดิตโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมรายปี

ปัญหาการออม

  • รายได้ต่ำ ประชากรร้อยละ 50 มีรายได้ต่ำจึงมีการออมเงินน้อย ประกอบกับการทำอาชีพ เกษตรกรรมหรือเป็นผู้ใช้แรงงาน รายได้ส่วนใหญ่ก็เพื่อการบริโภคเป็นหลัก
  • ขาดความรู้เรื่องการออม และ การลงทุน ครัวเรือนหลายครัวเรือนขาดการทำบัญชีรายรับรายจ่าย และขาดการนำเงินออมไปลงทุนให้เกิดผลประโยชน์อย่างต่อเนื่อง
  •  สถาบันการเงินกระจุกตัว ธนาคาร หรือ สถาบันทางการเงินกระจุกตัวอยู่แต่ในเมือง ทำให้ประชาชนลำบากในการฝาก ประกอบกับขาดแรงจูงใจในการออมเงิน (ดอกเบี้ยต่ำ เศรษฐกิจไม่ดี)
  • รัฐบาลดำเนินนโยบายดอกเบี้ยต่ำ การดำเนินนโยบายดอกเบี้ยต่ำของรัฐบาลทำให้ประชาชนขาดแรงจูงใจในการฝากเงิน โดยเฉพาะในช่วงที่มีภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ
  •  ช่องว่างทางการออม ปริมาณการออมน้อยเมื่อเทียบการเงินลงทุนของผู้ประกอบการ จำเป็นต้องกู้เงินภายนอกประเทศเข้ามา และต้องเสียดอกเบี้ยที่ส่วนหนึ่งต้องคืนให้กับต่างประเทศ แทนที่จะนำเงินดังกล่าวมาจ่ายให้กับเจ้าของทุนภายในประเทศ

ความหมายและความสำคัญของการลงทุน

  • ความหมายแคบ การนำเงินออมในภาคครัวเรือน ไปลงทุนในกิจการเพื่อสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น
  • ความหมายกว้าง การนำเงินไปลงทุนเพื่อผลิตสินค้าและบริการ รวมถึงจำหน่ายให้ได้ผลตอบแทนแก่นักลงทุน (การลงทุนทางตรง) และการลงทุนเพื่อไปซื้อทรัพย์สินต่างๆ เพื่อเงินปันผล หรือกำไรจากธุรกิจ (การลงทุนทางอ้อม)
  • ทำให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทน เงินออมที่เก็บเอาไว้เพื่ออนาคตหากนำมาลงทุนเพื่อต่อยอดก็จะก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าปัจจุบัน แต่ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงด้วย
  • ช่วยให้รัฐบาลมีเงินทุนไปพัฒนาประเทศ รัฐบาลได้รับเงินทุนในรูปของภาษี เพื่อนนำภาษีเหล่านั้นไปต่อยอดในการพัฒนาประเทศให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น

แหล่งที่มาของเงินทุน

  • การทำงบประมาณครัวเรือน โดยการวางแผนการออมเงิน เงินออมส่วนนี้สามารถนำไปใช้ ในการลงทุนหาประโยชน์ได้ เช่น การซื้อสลากออมสิน หรือการซื้อหุ้นออมทรัพย์
  • ใช้จ่ายในสิ่งจำเป็น โดยวิธีการละเลิกสิ่งไม่จำเป็นต่อการดำรงชีพในแต่ละวันลงบ้าง เช่น ลดการดูภาพยนตร์จากสัปดาห์ละ 1 ครั้งเป็นหนึ่งเดือนครั้ง เป็นต้น
  • หารายได้พิเศษไปลงทุน การหารายได้พิเศษเป็นการสร้างมูลค่าจากการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยนช์ประกอบกับการเพิ่มรายให้มากขึ้น เมื่อรายได้มากขึ้นก็มีการเพิ่มทุนขยายกิจการและนำไปหมุนเวียนในการลงทุน
  • การออมโดยวิธีบังคับ เกิดขึ้นจากการจ่ายเงินเดือนของข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และเงินสะสมของพนักงานเอกชน เพื่อสำรองเลี้ยงชีพ เงินจะสะสมทุกเดือน ไม่สามารถถอนได้จึงเปรียบเทียบกับการบังคับออมเงิน ทำให้สถาบันทางการเงินที่รัฐ หรือหน่วยงานรับผิดชอบ นำเงินไปหมุนเวียนในการลงทุนได้ง่ายขึ้น

 

ประเภทของการลงทุน

  • การลงทุนเพื่อการบริโภค เป็นการลงทุนเพื่อซื้อสินค้า หรือทรัพย์สินคงทนถาวร เช่น ที่ดิน บ้าน คอนโด โดยมักจะมีการซื้อไว้ในราคาต่ำ เมื่อราคาสูงขึ้นจะปล่อยขาย
  • การลงทุนในธุรกิจ บุคคลหรือครัวเรือนอาจลงทุนในธุรกิจของตน โดยเป็นเจ้าของ และผู้ดำเนินกิจการตนเอง เป็นอาชีพอิสระไม่ต้องมีลูกจ้าง เช่น การเปิดร้านขายของชำ
  • ลงทุนในหลักทรัพย์ เช่น การซื้อพันธบัตร หุ้นกู้ หุ้นทุน ที่เป้นการลงทุนทางอ้อม แตกต่างกับการลงทุนในธุระกิจ โดยผู้ออมเงินไม่ต้องดำเนินธุรกิจเอง แต่การลงทุนแบบนี้จะต้องจัดการบริหารความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น

หลักเกณฑ์ที่ควรคำนึงในการลงทุน

  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนไม่ควรลงทุนประเภทเดียว อาจลงทุนในหลายประเภทเพื่อกระจาย ความเสี่ยงให้น้อยที่สุด เพราะถ้ามีหลักทรัพย์บางธุรกิจขาดทุน แต่อาจได้กำไรกลับคืน
  • ผลประโยชน์ด้านภาษี หลักทรัพย์บางชนิด เช่น กองทุนหุ้นระยะยาว กองทุนรวมเพื่อเลี้ยงชีพ ฯลฯ​ ผู้ลงทุนสามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้ร้อยละ 15 ทั้งนี้อยู่กับฐานภาษีของผู้ลงทุน
  • ภาษี การชำระภาษีเป็นหน้าที่ ผู้ลงทุนทุกคนต้องเสียภาษี จึงควรศึกษา เปรียบเทียบ การลงทุนแต่ละประเภท เช่น ภาษีจากรายได้จากดอกเบี้ยพันธบัตร ภาษีปันผลของหุ้นทุน ภาษีธุรกิจ
  • ความคล่องตัวในการซื้อขาย หุ้นหรือหลักทรัพย์ที่สามารถซื้อขายได้ง่าย รวดเร็วจะเกิดความคล่องตัวในการซื้อขายได้มากกว่า

 

หลักเกณฑ์ที่ควรคำนึงในการลงทุน

  • ความปลอดภัยของเงินทุน ต้องคำนึงเงินต้นที่จะได้รับจากการลงทุน พร้อมกับ ผลตอบแทนที่คาดคะเนไว้ การลงทุนที่ได้ผลตอบแทนแน่นอน เช่น หุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล
  • ความเหมาะสม ต้องคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ เสถียรภาพของรัฐบาลและสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ เหมาะแก่การลงทุนหรือไม่
  • การเปลี่ยนแปลงมูลค่า การคาดคะเนถึงมูลค่าของทรัพย์สินที่จะเพิ่มขึ้น หรือลดลง จากการลงทุน
  • เสถียรภาพของรายได้ ผู้ลงทุนมันหาหลักทรัพย์ได้ แต่รายได้ที่คงที่ในแต่ละเดือนในระยะยาว ต้องมีความมั่นคงเสียก่อน เช่น ผู้ประกอบการมีหลักทรัพย์เป็นที่ดิน แต่รายได้แต่ละเดือนไม่คงที่ บางเดือนขาดทุน สถาบันทางการเงินจะดูความสามารถในการชำระเงินคืน

 

ปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดการลงทุน

  • อัตราดอกเบี้ยและความเสี่ยง การลงทุน ผู้ลงทุนมักสนในผลตอบแทนในอัตราสูง และมีความเสี่ยงต่ำ เช่น พันธบัตรรัฐบาล หุ้นทุน ที่ดิน เป็นสิ่งที่นักลงทุน
  • ค่าของเงิน ค่าของเงินหรืออำนาจที่ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก หากแต่เกิดความผันผวนของค่าเงิน ผู้ลงทุนจะไม่ลงทุนเพราะมีความเสี่ยงสูงมาก
  • จำนวนทรัพย์สินที่จำหน่าย ถ้าตลาดมีจำนวนทรัพย์สินรัฐบาลมากๆ ออกมาขายในตลาด ย่อมสร้างความต้องการแก่นักลงทุนเป็นอย่างมาก เพราะทรัพย์สินเหล่านั้นมีความเสี่ยงต่ำ
  • ปัจจัยส่วนตัว อายุของผู้ลงทุน นักลงทุนที่หน่วยธุรกิจชอบลงทุนในช่วงอายุ 30-40 ปี เพราะเป็นช่วงวัยกล้าเสี่ยง แต่ถ้า 50 ปีขึ้นไปมันพอใจกับทุนที่ได้กำไรแน่นอน นิสัยส่วนตัว ผู้ลงทุนมีนิสัยไม่กล้าเสี่ยง ชอบลงทุนในทรัพย์สินที่ได้กำไรแน่นอน สภาพครอบครัว หากมีความจำเป็นในครอบครัวนักลงทุนก็มักลงทุนในหลักทรัพย์ที่มั่นคงได้กำไรแน่นอน
  • การคาดคะเนในอนาคต หากนักลงทุนคาดว่าในอนาคตจะเกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจ ยิ่งทำให้นักลงทุนซื้อทรัพย์สินเพื่อการลงทุนมากขึ้น

การบริหารจัดการเงินทุนในครัวเรือน

  • วัตถุประสงค์ของการลงทุน ผู้ลงทุนที่เป็นครัวเรือน ต้องกำหนดวัตถุประสงค์ของการลงทุน ยอมรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน ต้องนำรายได้มากน้อยเพียงใดมาบริหารจัดการจำต้องวางแผนก่อนล่วงหน้า
  • ประเมินการลงทุน ประเมินผลการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ตลอดเวลา เช่น หุ้นธุรกิจนี้มีมูลค่าลดลง ก็อาจจะตัดสินใจขายและนำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์อื่นๆมีมูลค่าเพิ่มขึ้น
  • จัดทำแนวทางการลงทุน เมื่อกำหนดวัตถุประสงค์การลงทุนแล้ว ก็ต้องกำหนดแนวทางการลงทุนเพื่อตอบวัตถุประสงค์ เช่น จะนำเงินไปซื้อพันธบัตรจำนวนเท่าใด หรือหุ้นในธุรกิจต่างๆเท่าใด และได้ผลตอบแทนอย่างไร
  • วิเคราะห์การลงทุน หลักทรัพย์ลงทุนในแต่ละธุรกิจมีความเสี่ยง และหลายประเภท จำต้องศึกษาผลตอบแทน ความเสี่ยงที่แตกต่างกัน เพื่อหาหนทางแก้ไขเมือประสบปัญหา โดยอาจกระจายการลงทุนใรประเภทธุรกิจที่หลากหลายเพื่อกระจายความเสี่ยง

 

ปัญหาการลงทุน

  • ประชากรรายได้ต่ำ รายได้ส่วนใหญ่หามาเพื่อการบริโภคเกือบทั้งหมด ทำให้มีเงินทุนมีน้อย
  • ขาดความรู้ในการลงทุน ประชาชนมันนำเงินออมไปฝากธนาคารอย่างเดียว โดยมีปนะเภทการออมเงิน ที่ได้ผลตอบแทนสูง เช่น ซื้อหุ้นออมทรัพย์ เป็นต้น
  • พันธบัตรรัฐบาลมีจำนวนจำกัด ประชาชนโดยทั่วไปไม่สามารถเข้าไปจองซื้อพันธบัตรอย่างทันท่วงที เพราะมีการประชาสัมพันธ์ในวงแคบ เวลาน้อย
  • ความผันผวน เศรษฐกิจมีขึ้นลง ทำให้ราคาหุ้นอาจมีเพิ่มขึ้นต่ำลงบ้าง ทำให้ประชาชนมองว่ามีภาวะความเสี่ยงเกิดขึ้นตลอดเวลา
  • การลงทุนเพื่อเก็งกำไร การเข้ามาลงทุนในแต่ละครั้งก็เพื่อเก็งกำไร อ่อนไหวง่าย ทำให้ภาพลักษณ์ของนักลงทุนอื่นๆมองไม่ดีเลยไม่สนใจการลงทุนและไม่กล้าลงทุน เพราะเกิดภาวะความเสี่ยง

Related content

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Copyrighted 2021. designlandclub. All Rights Reserved.
@ ART AD. DESIGN. 2021