รู้หรือไม่...แว่นตากับการท้าทายศาสนจักร อย่างไร?

8 สิงหาคม 2565 เวลา 15:04 / ผู้เข้าชม : 3
รู้หรือไม่...แว่นตากับการท้าทายศาสนจักร อย่างไร?

“แว่นตา” กับการท้าทายศาสนจักร

ต้นเค้ากำเนิด “แว่นตา” สันนิษฐานว่าเริ่มมาจากการค้นพบผลึกหินที่มีคุณสมบัติเป็นเลนส์ขยาย เมื่อราว 1,200 ปีก่อนคริสตกาล บนเกาะครีต อริสโตปานิส นักแต่งละครชาวกรีกก็เคยกล่าวถึงเลนส์ที่ทำจากผลึกหินนี้ในละครชวนหัวเรื่อง The Cloudsในสมัยจักรพรรดินีโรแห่งจักรวรรดิโรมัน ก็ทรงใช้อุปกรณ์ที่ทำจากมรกต ส่องดูการแข่งขันต่อสู้ที่สนามโคลอสเซียม ซึ่งนับเป็นหลักฐานการใช้อุปกรณ์ช่วยมองเห็นยุคแรก ๆ ต่อมา มนุษย์จึงเริ่มนำแก้วที่มีลักษณะเป็นเลนส์มาใช้

“แว่นตา” กับการท้าทายศาสนจักร

แต่การประดิษฐ์แว่นตาสันนิษฐานว่าน่าจะกระทำกันอย่างแพร่หลายในดินแดนอิตาลี โดยปรากฏหลักฐานที่เขียนขึ้นใน ค.ศ. 1301 ระบุว่า ศิลปะและการประดิษฐ์แว่นตาและแว่นขยายเป็นของ “สมาคมวิชาชีพแก้วเจียระไน” แห่งเวนิส หากสังเกตแล้วจะพบว่า ผู้ที่ใช้แว่นตาในยุคนี้ส่วนใหญ่จะเป็นนักบวช อันเป็นกลุ่มคนที่มีบทบาทสำคัญในการผูกขาดความรู้ต่าง ๆ ทุกระดับ ทุกแขนง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านอักษรศาสตร์และเทววิทยา แว่นตาจึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญของคนกลุ่มนี้ จึงไม่แปลกที่ผู้สวมใส่แว่นตาจะถูกมองว่าเป็นผู้คงแก่เรียน

“แว่นตา” กับการท้าทายศาสนจักร

แต่อีกด้านหนึ่ง แว่นตาก็ถูกมองว่าเป็นการปฏิวัติคริสต์ศาสนา เป็นจุดเริ่มต้นของการกบฏและท้าทายต่อพระเป็นเจ้าและศาสนจักรก็ว่าได้ เพราะในสมัยนี้ที่ศาสนจักรกำลังเรืองอำนาจ ความเชื่ออย่างแรงกล้าว่าการยุ่งเกี่ยวหรือเสริมเติมแต่งนอกเหนือจากสิ่งที่เป็นธรรมชาติโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับร่างกายมนุษย์ที่ถือว่าเป็นผลงานของพระเจ้านั้น เป็นบาปและความผิดอย่างมหันต์

“แว่นตา” กับการท้าทายศาสนจักร

เลนส์แว่นในยุคแรกทำจากหินควอทซ์ มีลักษณะโค้งนูน จึงเหมาะสำหรับคนสายตายาว ดังนั้น แว่นตาในยุคแรกจึงถูกมองว่าเป็น “แว่นคนแก่” เพราะใช้กับคนสูงอายุที่มีปัญหาสายตายาว ส่วนกรอบแว่นตาก็ประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ กระดูกสัตว์ กระดองเต่า โลหะ ฯลฯ ส่วนรูปร่างนั้นจะเป็นแว่นขยายกลม ๆ 2 อัน มีแผ่นโลหะคล้ายรูปตัว V ติดเชื่อมกัน และมีหมุดยึดเพื่อให้ตั้งอยู่บนดั้งจมูก

 

“แว่นตา” กับการท้าทายศาสนจักร

ในราวคริสต์ศตวรรษที่ 16 ช่างแว่นตาชาวสเปนคิดนำริบบิ้นผูกกับกรอบแว่นตาไว้กับใบหู ต่อมาใน ค.ศ. 1599 เอลกรีโอ นักบวชชาวสเปนก็คิดค้นขาแว่นตาชนิดคล้องหูได้สำเร็จ แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องความเทอะทะ น้ำหนักมาก กดทั้งดั้งจมูกและใบหู ก่อนที่ใน ค.ศ. 1730 เอ็ดวาร์ด สการ์เลตด์ จักษุแพทย์ชาวอังกฤษจะพัฒนาปรับปรุงประดิษฐ์แว่นตาที่มีขาซึ่งสามารถปรับความกว้างให้เหมาะสมกับผู้สวมใส่ได้เป็นผลสำเร็จ ไม่กดทั้งดั้งจมูกและใบหู 

“แว่นตา” กับการท้าทายศาสนจักร

ค.ศ. 1752 เจมส์ เอสคอฟ ช่างแว่นตาชาวอังกฤษก็คิดดัดแปลงให้ขาแว่นพับได้เพื่อเก็บสะดวกยิ่งขึ้น อันเป็นรูปแบบที่ใช้มาจนปัจจุบัน และ ค.ศ. 1756 เบนจามิน มาร์ติน ช่างทำแว่นตาชาวอังกฤษ ผลิตแว่นตาที่มีวงแหวนสีชาซ้อนในเลนส์แว่นอีกชั้นหนึ่ง วัตถุประสงค์เพื่อลดแสงที่เป็นอันตรายต่อดวงตา นับแว่นตาป้องกันแสงแดดในยุคแรก ๆ 

“แว่นตา” กับการท้าทายศาสนจักร

ผู้คนเชื่อว่าแว่นตาเป็นสิ่งที่ช่วยบ่งบอกฐานะและช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพให้ดูเป็นคนสำคัญทั้งนี้ก็เพราะ แว่นตาถือเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย นิยมกันในหมู่ชนชั้นสูงผู้มีอันจะกิน หากยิ่งเป็นแว่นตาที่ผลิตจากวัสดุที่มีค่าด้วยแล้ว ก็จะทำให้แว่นตานั้นมีมูลค่าเพิ่มสูงมากยิ่งขึ้น จึงไม่แปลกที่คนในศตวรรษหลังถึงคิดหวนกลับไปนิยมแว่นตาที่มีรูปแบบอย่างเก่า

“แว่นตา” กับการท้าทายศาสนจักร

ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ก็มีการผลิตแว่นตาชนิดพิเศษที่เรียกว่า “เลนส์สัมผัส” หรือคอนแทคเลนส์ที่รู้จักกันอย่างดีขณะที่แว่นกันแดดยุคใหม่อย่างที่เราเห็นกันในปัจจุบันนั้นได้รับการพัฒนาโดย บริษัท Bausch & Lomb โดยแบรนด์ “Ray-Ban” ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่เดิมมีจุดประสงค์ผลิตแว่นตาป้องกันแสงจากดวงอาทิตย์สำหรับนักบิน มีชื่อรุ่นว่า Aviator โดยมีเลนส์แว่นมีขนาดใหญ่โค้งมนเพื่อกันแสงทุกมุม ภายหลังสื่อมวลชนจับภาพนายพล ดักลาส แมกอาร์เทอร์ สวมแว่นนี้ขณะตั้งฐานทัพในฟิลิปปินส์ส่งผลให้แว่นกันแดดได้รับความนิยมอย่างสูง

 

Related content

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Copyrighted 2021. designlandclub. All Rights Reserved.
@ ART AD. DESIGN. 2021