มารู้จัก...เรือกลไฟ ในบุพเพสันนิวาสกันเถอะ

1 สิงหาคม 2565 เวลา 17:04 / ผู้เข้าชม : 99
มารู้จัก...เรือกลไฟ ในบุพเพสันนิวาสกันเถอะ

ตามรอย “เรือกลไฟ” ในบุพเพสันนิวาส 

ในภาพยนตร์ “บุพเพสันนิวาส ๒”  ซึ่งดำเนินเรื่องใน พ.ศ. 2387 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 3 มีการกล่าวถึง เรือกลไฟที่มีชื่อว่า “เอ็กซ์เพรส” เรือลำนี้มีประวัติความเป็นมาอย่างไร?  มีความสำคัญในฐานะฉากหลังทางประวัติศาสตร์ในภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างไร?

ตามรอย “เรือกลไฟ” ในบุพเพสันนิวาส 

“เรือกลไฟ” หรือ “เรือกำปั่นไฟ” เป็นเรือที่ใช้เครื่องจักรพลังไอน้ำ ในการขับเคลื่อน เรือกลไฟลำแรกที่เข้ามาแล่นอวดโฉมให้ชาวสยามตื่นตาตื่นใจ  ซึ่งเจ้าพระยาพระคลัง (ดิศ บุนนาค) ขุนนางสยาม ถึงกับกล่าวว่า  “เรือลำนี้เป็นฝีมือของทวยเทพ หาใช่มนุษย์ไม่” นั่นคือเรือกลไฟที่มีชื่อว่า “เอ็กซ์เพรส” (Express)

ตามรอย “เรือกลไฟ” ในบุพเพสันนิวาส 

เรือเอ็กซ์เพรสแล่นออกจากเมืองท่าลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ  ในวันที่ 12 สิงหาคม ค.ศ. 1843 (พ.ศ. 2386) มาถึงสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคมในปีนั้น และเดินทางถึงบางกอก ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1844 (พ.ศ. 2387 – นับศักราชอย่างใหม่)  แต่ไม่ทราบวันที่แน่ชัด ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 3

ตามรอย “เรือกลไฟ” ในบุพเพสันนิวาส 

เรือลำนี้เดินทางมาถึงสยาม ภายใต้การบัญชาการของกัปตัน  “ปีเตอร์ บราวน์” (Peter Brown) โดยผู้ที่นำเรือเอ็กซ์เพรสเข้ามาคือ  “โรเบิร์ต ฮันเตอร์” (Robert Hunter) หรือที่ชาวสยามเรียกว่า “นายหันแตร”  พ่อค้าชาวอังกฤษเจ้าของห้างหันแตร ห้างสรรพสินค้าแห่งแรกในสยามนั่นเอง

ตามรอย “เรือกลไฟ” ในบุพเพสันนิวาส 

การเข้ามาของเรือกลไฟนี้ จากหลักฐานของฝ่ายไทยในพระราชพงศาวดาร  กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3  ระบุว่า  “…ด้วยหันแตรอังกฤษซึ่งเป็น หลวงอาวุธวิเศษประเทศพาณิช เข้ามาตั้งค้าขายอยู่ที่กรุงเอากำปั่นไฟ เข้ามาขายลำ 1 คิดราคา 2,000 ชั่ง เจ้าพนักงานไม่ซื้อ หันแตรพูดหยาบช้า ว่าในหลวงรับสั่งถ้าเจ้าพนักงานไม่ซื้อจะเอาเรือไปผูกไว้ที่ หน้าตำหนักน้ำทรงทราบก็ขัดเคืองให้ไล่หันแตรไปเสีย ไม่ให้อยู่ในบ้านเมือง…”จากข้อความในพระราชพงศาวดารกล่าวไปในทำนองว่า นายฮันเตอร์เป็นผู้นำเรือมาเสนอขายเอง ขุนนางสยามไม่รับซื้อ  นายฮันเตอร์จึง “พูดหยาบช้าว่าในหลวงรับสั่ง” หมายความว่า นายฮันเตอร์ยกเอารัชกาลที่ 3 มาอ้างว่าทรงสั่งซื้อเรือลำนี้ด้วยพระองค์เอง

ตามรอย “เรือกลไฟ” ในบุพเพสันนิวาส 

จากข้อความในพระราชพงศาวดารกล่าวไปในทำนองว่า นายฮันเตอร์เป็นผู้นำเรือมาเสนอขายเอง ขุนนางสยามไม่รับซื้อ  นายฮันเตอร์จึง “พูดหยาบช้าว่าในหลวงรับสั่ง” หมายความว่า นายฮันเตอร์ยกเอารัชกาลที่ 3 มาอ้างว่าทรงสั่งซื้อเรือลำนี้ด้วยพระองค์เอง

ตามรอย “เรือกลไฟ” ในบุพเพสันนิวาส 

เรื่องการที่สยามเป็นฝ่ายสั่งซื้อหรือไม่นั้น จากหลักฐานยังมีความคลุมเครืออยู่  โดยจากหลักฐานของชาวตะวันตก ในบันทึกของนางลูเซีย ฮันต์ เฮเมนเวย์  (Lucia Hunt Hemenway) ภรรยาของบาทหลวงอาสา  เฮเมนเวย์ (Asa Hemenway) กล่าวว่า  “เรือกลไฟลำหนึ่งจากอังกฤษมาถึงแล้ว เรือกลไฟลำนี้เข้ามาถึงแม่น้ำเป็นลำแรกที่มาถึงที่นี่ เจ้าของคาดว่า พระเจ้าแผ่นดินจะซื้อไว้ แต่ก็ยังไม่แน่นอนนักว่าพระองค์จะทรงซื้อ”

ตามรอย “เรือกลไฟ” ในบุพเพสันนิวาส 

หากวิเคราะห์แล้วนั้น จึงเชื่อได้ว่านายฮันเตอร์อาจจะเสนอขาย เรือกลไฟให้รัชกาลที่ 3 จริง แต่ในตอนแรกพระองค์อาจไม่ได้ตอบรับหรือ ปฏิเสธทันที ครั้นเมื่อเรือเอ็กซ์เพรสมาถึงสถานการณ์หรือบริบทแวดล้อม เปลี่ยนแปลงไป นั่นจึงนำมาสู่ความขัดแย้งระหว่าง นายฮันเตอร์กับรัฐบาลสยามนั่นเอง

ความขัดแย้งระหว่าง  ฮันเตอร์ กับ รัฐบาลสยาม

ฮันเตอร์รู้สึกไม่พอใจกับการกระทำของรัฐบาลสยาม  ถึงขั้นขู่จะยิงวังหลวงแต่รัฐบาลสยามก็ไม่สนใจ  จนวันหนึ่งฮันเตอร์อยากฉลองวันเกิดให้กัปตันบราวน์ จึงขออนุญาตยิงปืนใหญ่เป็นการเฉลิมฉลอง ซึ่งรัฐบาลสยาม มองว่าเป็นอุบายจึงออกคำสั่งไม่อนุญาตคำขอดังกล่าว 

ความขัดแย้งระหว่าง  ฮันเตอร์ กับ รัฐบาลสยาม

 จากนั้น รัฐบาลสยามจึงออกอุบายเพื่อจับกุมทั้งสอง โดยเชิญฮันเตอร์ และกัปตันบราวน์เข้าวังเพื่อเจรจาบางอย่าง แต่นั่นเป็นกับดักรัฐบาลสยาม จับกุมทั้งสองและตั้งเงื่อนไขว่า ถ้าจะให้ปล่อยตัวต้องส่งดินปืน ที่ครอบครองไว้ทั้งหมด เป็นการการันตีว่าพวกเขาจะไม่สามารถขู่ได้อีก จนสุดท้าย ก็ยอมส่งดินปืนให้ รัฐบาลสยามก็รักษาคำพูดและปล่อยตัวไป

ความขัดแย้งระหว่าง  ฮันเตอร์ กับ รัฐบาลสยาม

ฮันเตอร์ก็ยังไม่จบ หลังจากปล่อยตัวเขาขู่รัฐบาลสยามต่อว่าเขาจะขาย เรือกลไฟลำนี้ให้แก่อาณานิคมฝรั่งเศส และขอร้องให้รัฐบาลอังกฤษ ส่งเรือรบมาถล่มสยามทำให้รัชกาลที่ 3 ทรงเคลือบแคลงใจเป็นอย่างมาก

ความขัดแย้งระหว่าง  ฮันเตอร์ กับ รัฐบาลสยาม

ฮันเตอร์จึงถูกเนรเทศให้ออกไปจากแผ่นดินสยาม แต่รัฐบาลสยามเอง ก็ไม่ชะล่าใจ สั่งให้เสริมป้องกันป้อมปืนทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา หากอังกฤษ ประกาศสงครามจริงตามที่ฮันเตอร์ขู่ไว้ถึงแม้รัฐบาลอังกฤษไม่ได้ทำตามสิ่งที่ ฮันเตอร์ร้องขอไป จนสุดท้ายเขาก็ขายเรือลำนั้นและปืนทั้งหมดให้อาณานิคม ฝรั่งเศสไปจริง ๆ ในราคาที่เคยเสนอไว้ตั้งแต่ตอนแรกนั่นเอง

Copyrighted 2021. designlandclub. All Rights Reserved.
@ ART AD. DESIGN. 2021